0 Comments

หากพูดถึงไข้ทับระดู เชื่อได้เลยว่าสาว ๆ ทุกคนจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีแน่นอน ซึ่งหลายคนเคยเข้าใจว่าเป็นไข้หวัดในระหว่างช่วงที่มีประจำเดือน หรือการมีประจำเดือนในระหว่างที่เป็นไข้หวัด แต่ความจริงแล้วไข้ทับระดูนั้น ไม่ใช่ชื่อโรคโดยตรง แต่จะเป็นอาการชนิดหนึ่งที่มีความคล้ายคลึงกับกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน และอาจจะมีความรุนแรงจนทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ได้นั่นเอง แต่ไข้ทับระดูเกิดจากอะไร และมีอาการอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

ไขข้อสงสัย ไข้ทับระดูเกิดจากอะไร

ไข้ทับระดูอาจจะมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์ดมนในร่างกาย โดยในช่วงตกไข่ของผู้หญิง ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะต่ำลง และระดับของพรอสตาแกลนดินจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งพรอสตาแกลนดินจะเป็นสารชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับฮอร์โมน และเมื่อสารชนิดนี้เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้มดลูกเกิดการบีบตัว จนอาจจะก่อให้เกิดอาการปวดเกร็งในช่องท้อง รวมทั้งอาจจะส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย หรือเป็นไข้ตามมาด้วยเช่นกัน

และนอกจากนี้การลดของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย อาจจะทำให้เกิดความอ่อนเพลีย ไม่มีแรง อารมณ์แปรปรวน จนเกิดความรู้สึกเหมือนเป็นไข้จริง ๆ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน อาจจะส่งผลต่อสารเคมีในสมอง อย่างเช่น สารเซโรโทนิน ทำให้บางคนเกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ เช่น รู้สึกอยากรับประทานอาหาร หรือขนมที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการเกิดปัญหาในด้านการนอนหลับ หรือเกิดภาวะซึมเศร้าได้นั่นเอง

อาการที่เป็นสัญญาณของการเกิดไข้ทับระดู มีอาการอย่างไรบ้าง

สำหรับอาการของไข้ทับระดูนั้น ในแต่ละคนจะมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะมีอาการที่ไม่รุนแรงเท่าไหร่นัก และอาการสามารถหายได้เองเมื่อเริ่มเป็นประจำเดือน หรือไม่กี่วันหลังจากมีประจำเดือน แต่ในบางคนอาจจะมีอาการที่รุนแรง จนทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยอาการต่าง ๆ จะมีลักษณะดังนี้

  • มีไข้หนาวสั่น
  • ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก
  • คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ
  • ท้องอืด ท้องผูก หรือท้องเสีย
  • เหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ง่าย รู้สึกไม่มีแรง
  • รู้สึกคับแน่นบริเวณเต้านม เมื่อกดแล้วจะรู้สึกเจ็บ
  • ปวดหลัง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ หรือปวดข้อต่อ
  • เกิดปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ อย่างเช่น นอนหลับยาก นอนหลับไม่สนิท หรือนอนไม่หลับ เป็นต้น

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไข้ทับระดูนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะสามารถดูแลตัวเองได้ที่บ้าน และรับประทานยาแก้ปวดทั่วไป หรือประคบร้อนบริเวณท้องน้อย หรือบริเวณที่มีอาการปวด รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ดูแลสุขอนามัยด้วยการเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย ๆ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หรือการออกกำลังกายเบา ๆ อยู่เสมอ เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยลดอาการไข้ทับระดู และอาการปวดเมื่อยในร่างกายได้เช่นเดียวกัน

Related Posts

การบาดเจ็บทางจิต

การฟื้นฟูผู้บาดเจ็บจากการบาดเจ็บทางจิตในทหาร เส้นทางสู่การเยียวยาและการกลับคืนสู่สังคม

การบาดเจ็บทางจิตในทหารเป็นปัญหาที่สำคัญและซับซ้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตของทหารและครอบครัวอย่างลึกซึ้ง การฟื้นฟูผู้บาดเจ็บจากการบาดเจ็บทางจิตในทหารจึงเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความเข้าใจ ความอดทน และการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน บทความนี้จะนำเสนอแนวทางในการฟื้นฟูผู้บาดเจ็บทางจิตในทหาร โดยครอบคลุมทั้งด้านการรักษาทางการแพทย์ การสนับสนุนทางจิตใจ การฝึกอบรมทักษะใหม่ การสร้างเครือข่ายสังคม…

อุบัติเหตุทางถนน

การรักษาฉุกเฉินสำหรับเด็กที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน

บทนำ อุบัติเหตุทางถนนเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บและเสียชีวิตในเด็ก การรักษาฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพและทันท่วงทีสามารถช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บและเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้อย่างมาก การดูแลรักษาเด็กที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนมีความท้าทายเฉพาะ เนื่องจากเด็กมีลักษณะทางกายวิภาคและสรีรวิทยาที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการรักษาฉุกเฉินสำหรับเด็กที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน โดยครอบคลุมตั้งแต่การประเมินเบื้องต้น การรักษาที่จุดเกิดเหตุ การลำเลียงผู้ป่วย ไปจนถึงการรักษาในห้องฉุกเฉิน…

การพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่กู้ชีพ

การพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่กู้ชีพในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน

บทนำ การดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นภารกิจที่สำคัญและท้าทายสำหรับเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ซึ่งต้องอาศัยทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที การพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและเพิ่มโอกาสในการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่กู้ชีพในด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน…