โรคนิ้วล็อก หนึ่งในโรคใกล้ตัวที่สามารถพบได้บ่อย และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย โดยส่วนมากแล้วโรคนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และปัจจุบันนี้ก็พบผู้ที่มีปัญหาจากโรคนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หลัก ๆ แล้วสาเหตุของการเกิดโรคนี้ก็มาจากการใช้นิ้วมือในการพิมพ์บนสมาร์ตโฟน หรือว่าบนคีย์บอร์ด ซึ่งเมื่ออาการนิ้วล็อกก็จะทำให้ไม่สามารถขยับ หรือว่างอนิ้วมือได้เหมือนเดิม ทั้งนี้หากว่าเป็นโรคนี้แล้วจะสามารถรักษาได้อย่างไรบ้าง มาติดตามกัน
แนวทางการรักษาโรคนิ้วล็อก ต้องทำอย่างไร
สำหรับแนวทางการรักษาโรคนิ้วล็อกนี้ ก็สามารถรักษาได้หลากหลายวิธีเลย โดยการรักษาก็จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และการตัดสินใจของแพทย์ ซึ่งการรักษาโรคนิ้วล็อกสามารถทำได้ด้วยวิธีดังนี้
1. การให้รับประทานยาที่อยู่ในกลุ่ม NSAID (Non – Steroidal Antiinflammatory Drugs) โดยยาชนิดนี้จะเป็น ยาแก้อักเสบ ที่จะช่วยในเรื่องของการลดอาการปวด บวม และอักเสบ และยังเป็นการช่วยให้ไม่ต้องใช้มือในการทำงานที่รุนแรง
2. การทำกายภาพบำบัด โดยวิธีนี้จะเป็นการกายภาพบำบัดเบา ๆ เพื่อที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อ และเอ็นคลายตัวมากขึ้น ช่วยให้การขยับนิ้วนั้นเป็นไปได้อย่างปกติ แต่อย่างไรก็ตาม การทำกายภาพนิ้วก็จำเป็นที่จะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ
3. การฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์เฉพาะที่ โดยการใช้วิธีนี้ในการรักษา ก็เพื่อที่จะช่วยให้อาการบวมของเส้นเอ็นนั้นลดลงได้ แต่การฉีดยาแบบนี้จะเป็นการช่วยทำให้อาการดีขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น และจะกลับมามีอาการเดิมซ้ำได้อีกในเวลาไม่นาน ซึ่งการฉีดยาก็ไม่ควรฉีดเกิน 2-3 ครั้ง
4. การผ่าตัด เป็นวิธีการรักษาที่จะเหมาะมาก ๆ สำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้มานาน และได้ผ่านการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วแต่ไม่หาย หรือไม่ได้ผล จึงทำให้ทางเลือกสุดท้ายในการรักษาต้องเป็นการผ่าตัด ทั้งนี้ภายหลังจากที่ผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถกลับไปพักพื้นที่บ้านได้ทันที แค่จะต้องคอยระวังไม่ให้แผลโดนน้ำเท่านั้นเอง
ทั้งหมดนี้ก็เป็นแนวทางการรักษาสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคนิ้วล็อก โดยหากว่าใครที่มีอาการนิ้วล็อกแล้วไม่ยอมไปหาหมอ ก็จะต้องบอกเลยว่าไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้มีอาการแบบเรื้อรังได้ ทางที่ดีหากเริ่มมีอาการก็ควรไปพบหมอทันที เพื่อที่จะช่วยให้สามารถรักษาให้หายได้ง่ายขึ้น และสำหรับคนที่ยังไม่เป็น ก็ควรมีการบริหารกล้ามเนื้อที่นิ้วบ่อย ๆ ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ได้นั่นเอง