0 Comments

โซเดียมในร่างกาย 

เราจะสังเกตได้ทันทีว่า หลังจากที่ทานอาหารที่มีรสชาติเค็มจัด จะทำให้เรารู้สึกอยากดื่มน้ำขึ้นมาทันที โดยอาหารรสเค็มนี้ได้มาจาก โซเดียม ซึ่งเป็นสารอาหารชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ทำหน้าที่รักษาสมดุลน้ำในร่างกาย ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ และช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วร่างกายต้องการโซเดียมประมาณ 1,500 มิลลิกรัมต่อวันเท่านั้น และปริมาณโซเดียมสูงสุดที่ร่างกายสามารถรับได้โดยไม่เกิดผลเสียนั้นอยู่ที่ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเดียมที่เราได้รับนั้นส่วนมากจะอยู่ในอาหารมื้อหลักอยู่แล้ แต่บางคนก็ยังไปเติมด้วยการกิรนขนมขบเคี้ยวเพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้ได้รับโซเดียมมาเกินความจำเป็น 

เมื่อกินอาหารที่มีรสเค็มโซเดียมจะเข้าสู่ร่างกายและปนเปื้อนในเลือด ทำให้เลือดเสียสมดุล หลอดเลือดจึงพยายามดูดน้ำเข้ามาเจือจางโซเดียม จนทำให้แรงดันเลือดสูงขึ้น และหากกินเค็มมากเกินไปบ่อยๆ โรคเรื้อรังต่างๆ ได้รอคิวถามหาอย่างแน่นอน อย่างเช่น

  1. โรคความดันโลหิตสูง โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะขับโซเดียมออกจากตายแต่ถ้าเราบริโภคโซเดียมในปริมาณที่มากเกินไป ขับออกไม่หมดใส่ก็จะทำงานหนักขึ้นจนเกิดอาการเสื่อมทำให้ขับโซเดียมได้น้อยลงและก่อให้เกิดเป็นโรคความดันโลหิตสูงถาวร
  2. ไตวายเรื้อรัง ความดันโลหิตสูงจะส่งผลต่ออวัยวะอื่นๆเป็นลำดับโดยเฉพาะต่างประเทศต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น หากปริมาณของเหลวในร่างกายมากเกินไปก็จะทำให้เกิดอาการเส้นเลือดอุดตันและเสี่ยงที่หัวใจจะวาย หัวใจขาดเลือด ไปจนถึงเส้นเลือดในสมองแตกทำให้เสียชีวิต หรือกลายเป็น อัมพฤกษ์ – อัมพาต ได้ในที่สุด
  3. โรคกระดูกพรุน เพราะเมื่อร่างกายได้รับโซเดียมก็จะขับน้ำออกทางปัสสาวะมากขึ้น โดยขับเอาแคลเซียมออกมาด้วย ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมจนเกิดกระดูกเสื่อมในที่สุด
  4. โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เพราะการกินโซเดียมมากๆ จะไปทำงายผนังกระเพาะอาหาร จึงเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคแผลในกระเพาะอาหารและเกิดเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้ ส่วนคนที่เป็นโรคหอบหืดอยู่แล้วนั้นการกกินโซเดียมมากๆ จะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ

วิธีการควบคุมปริมาณโซเดียมในร่างกาย 

  1. อ่านฉลากอาหารก่อนรับประทาน โดยอาหารที่มีบรรจุภัณฑ์ จะระบุปริมาณโซเดียมไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้เราทราบว่าเรารับโซเดียมเข้าไปมากน้อยแค่ไหน และคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์จากความต้องการของร่างกาย
  2. หากต้องการลดปริมาณเกลือและโซเดียมในอาหารบางอย่าง เช่น ผักดอง เนื้อเค็ม ให้นำอาหารเหล่านั้นมาล้างน้ำเพื่อให้เกลือเจือจางก่อน จึงนำไปปรุงอาหารตามปกติ
  3. ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อเจือจางปริมาณโซเดียมในร่างกายไม่ให้มากเกินไป และยังป้องกันไม่ให้มีการดึงน้ำออกจากเซลล์มากเกินจำเป็นด้วย
  4. หากเราป่วยและมีอาการท้องเสีย อาเจียน ร่างกายจะสูญเสียน้ำพร้อมกับโซเดียมปริมาณมาก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดื่มน้ำผสมเกลือแร่ให้เพียงพอ เพื่อรักษาปริมาณน้ำและโซเดียมในร่างกายให้ปกติ

Related Posts

การใช้ Telemedicine เพื่อยกระดับการรักษา

การใช้ Telemedicine เพื่อยกระดับการรักษาผู้บาดเจ็บในพื้นที่ขาดแคลน

บทนำ ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การแพทย์ทางไกลหรือ Telemedicine ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการรักษาพยาบาลโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ บทความนี้จะนำเสนอถึงประโยชน์และความสำคัญของ Telemedicine ในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงวิธีการนำมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนความท้าทายและแนวทางการพัฒนาในอนาคต…

ความดันโลหิตสูง

ภัยเงียบที่คุกคามชีวิต: ผลเสียระยะยาวของการละเลยการรักษาความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง หรือ Hypertension มักถูกเรียกว่า "ฆาตกรเงียบ" ก็เนื่องจากในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการใดๆ ที่ชัดเจน ทำให้หลายคนละเลยและไม่ได้ให้ความสำคัญกับการรักษาอย่างจริงจัง กว่าจะรู้ตัวอีกที…

สุขภาพประจำปี

วัคซีนและความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปี: เกราะป้องกันสองชั้นเพื่อชีวิตที่ยืนยาวและแข็งแรง

ในยุคปัจจุบันที่ความก้าวหน้าทางการแพทย์พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด การดูแลสุขภาพเชิงรุกจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "วัคซีน" และ "การตรวจสุขภาพประจำปี" ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะป้องกันสองชั้นที่ช่วยปกป้องเราจากโรคภัยไข้เจ็บ และทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและยืนยาว วัคซีน:…