0 Comments

วัคซีน ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อเด็กทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวัคซีนพื้นฐานที่เด็กควรจะได้รับอย่างครบถ้วนตามช่วงอายุ เนื่องจากว่าการฉีดวัคซีนจะสามารถช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานและยังช่วยสร้างเกราะป้องกันอาการเจ็บป่วยให้กับเด็กน้อยได้ด้วย นั่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ว่าทำไมคุณแม่หรือคนในครอบครัวจะต้องให้ความใส่ใจและไม่ละเลยในการพาเด็กน้อยไปฉีดวัคซีนตามช่วงวัยที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งการฉีดวัคซีนจะสามารถช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรง มีพัฒนาการที่ดี และเติบโตสมวัยได้ อย่างไรก็ตาม วัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กก็มีอยู่ไม่น้อยเลย จะมีอะไรบ้างนั้นในบทความนี้จะช่วยบอกให้ได้เข้าใจมากขึ้น

วัคซีนพื้นฐานที่เด็กจำเป็นต้องได้รับ มีอะไรบ้าง

สำหรับวัคซีนพื้นฐานของเด็กน้อยนั้น ก็มีให้ฉีดกันในหลายช่วงวัยและมีวัคซีนหลายตัวเลย จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจกันสักหน่อยว่าวัคซีนชนิดไหนต้องฉีดให้เด็กในช่วงอายุเท่าไหร่บ้าง ซึ่งชนิดของวัคซีนพื้นฐานของเด็กและช่วงอายุที่เหมาะสมในการฉีด ก็มีดังต่อไปนี้

  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี เป็นวัคซีนที่จะต้องได้รับในช่วงอายุ 1 เดือน
  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน โปลิโอ เยื้อหุ้มอักเสบ เเละโรคท้องร่วง เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 2 เดือน 
  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ เยื้อหุ้มอักเสบ เเละโรคท้องร่วง เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 4 เดือน 
  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ เยื้อหุ้มอักเสบ ตับอักเสบบี เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 6 เดือน 
  • วัคซีนป้องกันหัด คางทูม หัดเยอรมัน เเละไข้สมองอักเสบ เจอี เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 9 เดือน – 1 ปี  
  • วัคซีนป้องกันสุกใส เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 1 ปี 1 เดือน 
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 1 ปี 2 เดือน
  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ เยื้อหุ้มอักเสบ เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 1 ปี 6 เดือน
  • วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 1 ปี 8 เดือน
  • วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ เจอี เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 1 ปี 9 เดือน – 2 ปี
  • วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 6 เดือน – 10 ปี
  • วัคซีนป้องกันหัด คางทูม หัดเยอรมัน เเละสุกใส เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 2 ปี 6 เดือน
  • วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ เป็นวัคซีนที่เด็กจะต้องได้รับในช่วงอายุ 4 ปี

ในการพาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนนั้น ทุกครั้งที่ไปจะต้องนำเอาสมุดบันทึกประจำตัวของเด็กไปด้วย เพื่อเป็นสิ่งที่ทำให้สามารถดูประวัติการฉีดวัคซีนก่อนหน้านี้ได้ อีกทั้งจะมีการสอบถามถึงประวัติการแพ้ยาและแพ้อาหารร่วมด้วย หากว่าเด็กน้อยมีอาการไข้ก่อนที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีน ก็จะต้องทำการเลื่อยกำหนดการฉีดวัคซีนออกไปก่อน รอให้หายดีแล้วค่อยทำการนัดฉีดวัคซีนอีกที รวมถึงหลังจากที่เด็กน้อยได้รับวัคซีนเรียบร้อยแล้วก็จะต้องคอยสังเกตอาการด้วยประมาณ 30 นาที เพื่อเป็นการป้องกันความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และหากว่าเกิดขึ้นก็จะสามารถให้แพทย์รักษาได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง

Related Posts

จริยธรรมทางการแพทย์

จริยธรรมในการวิจัยทางการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทย

บทนำ การวิจัยทางการแพทย์ฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การทำวิจัยในสถานการณ์ฉุกเฉินมีความท้าทายทางจริยธรรมหลายประการ เนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในภาวะวิกฤตและไม่สามารถให้ความยินยอมได้อย่างเต็มที่ บทความนี้จะกล่าวถึงประเด็นจริยธรรมสำคัญในการวิจัยทางการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทย รวมถึงแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้การวิจัยเป็นไปอย่างมีจริยธรรมและคำนึงถึงสิทธิของผู้ป่วยเป็นสำคัญ 1. การขอความยินยอมในสถานการณ์ฉุกเฉิน การขอความยินยอมจากผู้ป่วยหรือญาติเป็นหลักการสำคัญในการวิจัยทางการแพทย์…

การบาดเจ็บทางจิต

การฟื้นฟูผู้บาดเจ็บจากการบาดเจ็บทางจิตในทหาร เส้นทางสู่การเยียวยาและการกลับคืนสู่สังคม

การบาดเจ็บทางจิตในทหารเป็นปัญหาที่สำคัญและซับซ้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตของทหารและครอบครัวอย่างลึกซึ้ง การฟื้นฟูผู้บาดเจ็บจากการบาดเจ็บทางจิตในทหารจึงเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความเข้าใจ ความอดทน และการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน บทความนี้จะนำเสนอแนวทางในการฟื้นฟูผู้บาดเจ็บทางจิตในทหาร โดยครอบคลุมทั้งด้านการรักษาทางการแพทย์ การสนับสนุนทางจิตใจ การฝึกอบรมทักษะใหม่ การสร้างเครือข่ายสังคม…

การประเมินความรุนแรงของอาการผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน

การประเมินความรุนแรงของอาการผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน

บทนำ การประเมินความรุนแรงของอาการผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถจัดลำดับความเร่งด่วนในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากและทรัพยากรทางการแพทย์มีจำกัด การประเมินที่รวดเร็วและแม่นยำจะช่วยให้ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการประเมินความรุนแรงของอาการผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน รวมถึงเครื่องมือและวิธีการที่ใช้ในการคัดแยกผู้ป่วย เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจถึงความสำคัญและกระบวนการในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ 1. ความสำคัญของการประเมินความรุนแรงในห้องฉุกเฉิน…